สงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีน ส่อเค้ายืดเยื้อ

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

>> สงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีน ส่อเค้ายืดเยื้อ <<
.
==========

 

นักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อยาวนานระหว่างอเมริกากับจีน โดยความคิดเห็นของบรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า GDP ของจีนเติบโตเฉลี่ย 6.6% ในช่วงระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 6.7% ในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. ที่ผ่านมา
.
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเชื่อว่า สงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีนจะคงอยู่ไปอีกนาน และอาจส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจจีนหยุดชะงัก
.
ในช่วงที่ผ่านมา อเมริกาและจีนต่างเก็บภาษีแต่ละฝ่ายตอบโต้กันไปมา และแนวโน้มที่จะรุนแรงและยืดเยื้อมากขึ้น การพูดคุยระหว่าง 2 ฝ่ายลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของบรรดาผู้ผลิตถดถอยลง เป็นหนึ่งในผลกระทบสำคัญที่เศรษฐกิจจีนต้องเผชิญ
.
สงครามการค้ายังกระทบถึงห่วงโซ่อุปทาน หรือซัพพลายเชน ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด และส่งผลให้การเติบโตของการผลิตและการลงทุนในภาคการผลิตชะลอตัวลง รวมถึง การริเริ่มการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของรัฐบาลปักกิ่งก่อนเกิดสงครามการค้า ยังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของจีนมากขึ้น
.
ในด้านของ เหยา เว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของบริษัทโซซิเอเต้ เจเนเรล คอร์ปอเรท แอนด์ อินเวสท์เมนท์ แบงกิง กล่าวว่า “มีสัญญาณมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ นโยบายที่เข้มงวดเริ่มส่งผลเสียต่อการเติบโต” และ “ความตึงเครียดทางการค้าไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายในเร็วๆ นี้ และอาจเริ่มฉุดรั้งการส่งออกอย่างหนัก”
.
มีการคาดการณ์การเติบโตของจีนในปี 2562 และ 2563 น่าจะเติบโต 6.3% และ 6.2% ตามลำดับ โดยลดลงจากปี 2561 ที่อยู่ที่ 6.6% อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าภาวะชะลอตัว ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากในปีที่แล้วเติบโต 6.9% ทั้งนี้บรรดานักเศรษฐศาสตร์ ได้ประเมินผลกระทบของสงครามการค้าภายใต้สถานการณ์พื้นฐานที่เศรษฐกิจชะลอตัวในระดับปานกลาง
.
ริชาร์ด เจอร์แรม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารแบงก์ ออฟ สิงคโปร์ กล่าวว่า
“ดูเหมือนว่าความแตกแยกทางการค้ากับสหรัฐจะยังดำเนินต่อไป และจะฉุดรั้งการเติบโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” และยังกล่าวอีกว่า “อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นนโยบายเมื่อเร็วๆนี้ จะชดเชยความเสียหายจากการค้าด้วยการกระตุ้น เศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งน่าจะป้องกันไม่ให้เกิดการชะลอตัวมากเกินไปได้”
.
พรรคคอมมิวนิสต์จีนตัดสินใจ ว่าจะยังใช้นโยบายการคลังเชิงรุก และมาตรการการเงินที่เข้มงวดและสมดุลเป็นตัวแปรสนับสนุนเศรษฐกิจประเทศต่อไป โดยคาดว่าจะช่วยปรับปรุงความรู้สึกเชิงลบในตลาดการเงินและสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินของประเทศ ในช่วง 3 เดือนจนถึงเดือนธ.ค. นี้ ทั้งนี้ผลกระทบเชิงบวกของมาตรการเหล่านี้ จะเริ่มเห็นผลในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ปี 2562 หลังจากช่วยกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคโดยตรง นอกจากนี้ มาตรการทางการคลังและ การเงินที่แข็งแกร่งและเชิงรุก จะช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ และเศรษฐกิจจะยังเติบโตอย่างมีเสถียรภาพที่กว่า 6%
.
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงคาดการณ์ว่าการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานจะฟื้นตัวจากภาวะตกต่ำ แต่ยังคงเติบโตด้วยเลขตัวเดียวในปีหน้า โดยปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะสร้างแรงกดดันขาลงต่อเศรษฐกิจจีนมากที่สุด คือ สงครามการค้าที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต นักเศรษฐศาสตร์มีการคาดการณ์ในกรณีเลวร้ายที่สุด สงครามการค้าอาจลดการเติบโตของจีดีพี ของจีนมากถึง 1.5% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
.
บรรดานักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังคงมองแง่ร้ายเกี่ยวกับอนาคตของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างอเมริกาและจีน แต่มีนักวิเคราะห์เพียง 5 ใน 16 คน ที่มองว่า แนวโน้มของความขัดแย้งนี้จะคลี่คลายลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า หลังผ่านการเลือกตั้ง กลางเทอมของอเมริกา ในขณะที่นักวิเคราะห์ 6 คน ระบุว่า สถานการณ์นี้จะยังไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนนักวิเคราะห์ที่เหลือคาดว่าจะเลวร้าย กว่าเดิม !!!
.
ซูซาน โจโฮ นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท จูเลียส แบร์ กล่าวว่า “ดูเหมือนทั้งสหรัฐและจีนไม่สนใจที่จะทำข้อตกลงกัน ความมุ่งมั่นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการสกัดการขาดดุลการค้า และใช้ไม้แข็งกับคู่แข่งอย่างจีน ที่กำลังเติบโตขึ้น เราคาดว่าเขาจะเดินหน้า เล่นงานจีนต่อไปและหาทางตั้งกำแพงภาษีจากสินค้าที่เหลือมูลค่า 2.6 แสนล้านดอลลาร์” ด้านของ เคนนี เหวิน นักยุทธศาสตร์จัดการความมั่งคั่งของบริษัทเอเวอร์ไบรท์ ซุน ฮุง ไค ระบุว่า “ต่อให้ความตึงเครียดดังกล่าวผ่อนคลายลงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ แต่สงครามนี้น่าจะลุกลามไปถึงเทคโนโลยีและค่าเงิน ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สหรัฐมุ่งจะเล่นงานจีน”
.
นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางจีนจะลดสัดส่วนเงินสำรองของธนาคารลง 0.25-0.5% อีกหลายครั้ง มีนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากขึ้นที่คาดว่าเงินหยวนของจีนเทียบกับดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในปี 2562 ถึง 2563
.
==========

References :
กรุงเทพธุรกิจ
https://asia.nikkei.com/Economy/US-China-trade-war-will-last-over-a-year-economists-predict‬
https://www.bbc.com/news/business-44529600
https://m.scmp.com/news/hong-kong/politics/article/2167351/us-china-conflict-over-more-just-trade-if-so-hong-kong-needs
https://www.cnbc.com/2018/10/05/us-china-trade-war-beijing-lashes-out-at-vp-mike-pence-after-speech.html
https://m.scmp.com/topics/us-china-trade-war
.
==========

ติดตามและอ่านบทความของ “คลินิกการลงทุน” ได้ที่
https://wealthinvestmentclinic.wordpress.com
.
==========

#TradeWar #US #China
#คลินิกการลงทุน

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close