หุ้นตกหนักทั่วโลกแบบนี้ “ถือเงินสดดีกว่าไหม?”

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

>> หุ้นตกหนักทั่วโลกแบบนี้ “ถือเงินสดดีกว่าไหม?” <<

**********

อาการของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผู้ลงทุนคงอยากตอบคำถามตัวเองว่า “เราควรจะถือเงินสดไปก่อนดีกว่าไหม? ไว้ตลาดนิ่งเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาลงทุนเพิ่ม”
.
ซึ่งถ้าจะตอบคำถามนี้ ในมุมมองของผู้จัดการกองทุน แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ คือ จังหวะนี้แหละ เป็นจังหวะของการทยอยเข้าลงทุน เพราะผู้ลงทุนจะมีโอกาสได้หุ้นในราคาที่ถูกกว่าตอนที่หุ้นเป็นขาขึ้น”
.
ความจริงในข้อนี้ เชื่อว่าผู้ลงทุนส่วนใหญ่ เข้าใจดีอยู่แล้ว เพียงแต่เซ็นติเมนต์ของตลาดที่มันแย่ทั่วโลก จึงทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ เกิดอารมณ์ “กลัว” ขึ้นมา ดังนั้น วันนี้ เราจะมาย้ำ มุมมองผู้จัดการกองทุน เพื่อตอบคำถามว่า “เราควรจะถือเงินสดไปก่อนดีกว่าไหม?
.
ผู้จัดการกองทุนมือเก๋าอย่าง “ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส บอกกับ Money Channel ว่า ตลาดหุ้นที่เกิดอาการ panic ทั่วโลก น่าจะจบได้ไม่นาน เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงที่ตลาดหุ้นโลกเริ่มปรับฐานในช่วงแรก หรือช่วงเดือนมีนาคมของปี จนถึงตอนนี้ก็กินเวลาไปประมาณ 8 เดือนแล้ว ซึ่งตามสถิติที่ผ่านมา รอบของการปรับฐานส่วนใหญ่ ก็จะอยู่ในช่วงประมาณ 8-9 เดือน ดังนั้น จึงเชื่อว่าการปรับฐานในรอบนี้ น่าจะเข้าสู่ช่วงท้ายของวัฏจักรแล้ว
.
แล้วอะไรที่บอกว่า “เข้าสู่ช่วงท้ายของวัฏจักรแล้ว” ผู้จัดการกองทุนมือเก๋าให้คำตอบคือ อาการของตลาดหุ้นไทยเกิดขึ้นทั่วโลกในตอนนี้ สะท้อนถึงความ panic อย่างมาก และรายล้อมไปด้วยข่าวร้ายกดดันตลาด ซึ่งอาการในลักษณะนี้ เป็นอาการช่วงท้ายๆ ของการปรับฐาน หลังจากนั้น ตลาดก็จะรีบาวด์ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ และฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
.
ดังนั้น หากนักลงทุนจะไปถือเงินสด เพื่อรอให้ตลาดนิ่งก่อน คงเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาได้ ว่าระดับไหนจะเป็นระดับต่ำสุดของตลาด
.
คำแนะนำสำหรับตลาดหุ้นในตอนนี้ คือ การทยอยซื้อในจังหวะที่ดัชนีย่อตัวลงมา และเป็นโอกาสลงทุนในราคาที่ถูกกว่า โดยเฉพาะนักลงทุนระยะยาว 1-2 ปีขึ้นไป จังหวะนี้ ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจ
.
ผู้จัดการกองทุนท่านนี้ ให้ข้อมูลด้วยว่า ถ้าดู P/E ของตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 15 เท่ากว่าๆ ในตอนนี้ อาจจะไม่ได้ถูกมากนัก แต่หากเทียบกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 8% ในปีหน้า ก็เท่ากับว่า P/E ของตลาดหุ้นไทยจะขยับลงมาอยู่ที่ระดับ 13.5 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่ถูกมากสำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 ปีล่าสุด เพราะระดับ P/E ต่ำสุดในช่วง 5 ปีหลังสุด เคลื่อนไหวอยู่ที่ 14 เท่ากว่าๆ เท่านั้น
.
เขายังย้ำอีกด้วยว่า ถ้ามองการลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 1-2 ปีขึ้นไป แล้วไปเน้นการถือเงินสดในขณะที่ตลาดย่อตัวลงมาจนอยู่ในระดับที่เรียกว่า “ถูก” แล้ว ก็อาจจะเป็นการเสียโอกาสหากดัชนีฟื้นตัวกลับมาเป็นขาขึ้น
.
พร้อมกับแนะนำกลยุทธ์ด้วยว่า “การถือเงินสด ควรจะถือในจังหวะที่ตลาดขึ้นไปแพงแล้วมากกว่า” เพราะ “ข่าวดีมักจะมาพร้อมของราคาแพง” แต่ “ข่าวร้าย มักจะมาพร้อมของราคาถูก”
.
อีกหนึ่งประเด็นบวกสำคัญที่ผู้จัดการกองทุนท่านนี้ให้น้ำหนักคือ ปัจจัยในประเทศปัจจุบัน ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยที่พื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่การที่ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงมานั้น ล้วนเป็นปัจจัยลบจากต่างประเทศทั้งสิ้น
.
ดังนั้น การซื้อหุ้นในราคาถูกเพื่อคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาว ภายใต้ปัจจัยพื้นฐานที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง น่าจะสร้างโอกาสที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้
.
==========

ที่มา : https://www.moneychannel.co.th/news_detail/24075?fbclid=IwAR3KGHIHx5l2IFNI9EVoGOMe3Mjfd2JNDlrvAyvA3R7zOBomq53fgbi40uA
.
==========

#MoneyChannel
#คลินิกการลงทุน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close