11 Mega Trends ในปี 2020 ที่นักลงทุน “ต้องรู้”

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

11 Mega Trends ในปี 2020 ที่นักลงทุน “ต้องรู้”
.

ดร.นิเวศน์ กล่าวไว้ว่า สิ่งที่นักลงทุนพื้นฐานควรมี คือ “ความรู้” แต่สิ่งที่ต้องปรับ เสริม เติม แต่ง เข้าไป คือ “จินตนาการ”
นักลงทุนควรมีความรู้ในเรื่องของงบการเงิน พื้นฐานของบริษัท ระบบคิดในเรื่องของการลงทุน หรือบางคนอาจจะมีความรู้ทางด้านเทคนิเคิลเข้ามาเป็นส่วนประกอบ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการ “มอง” อนาคต ว่าหุ้นที่เราถืออยู่นี้อีก 5 ปี หรือ 10 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ….

เมื่อพูดถึงเรื่องอนาคต เราคงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของ “Mega Trend” จะมีธุรกิจกลุ่มไหนบ้างที่กำลังจะเป็น Mega Trend ในอนาคต วันนี้เราจะมาดูกัน….

1. Ageing (เกี่ยวกับผู้สูงวัย)
รู้หรือไม่ว่าโลกของเรากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ มนุษย์เราจะอยู่ได้ยาวนานขึ้นจากแต่เดิมอายุเฉลี่ยจะอยู่ที่ 68.5 ปี มาอยู่ที่ 77 ปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า และข้อมูลที่สำคัญที่สุด คือ ในช่วง 55 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิงมีอัตราให้กำเนิดบุตรต่ำมาโดยตลอด จึงไม่น่าแปลกใจว่าสังคมของโลกจะเป็นสังคมผู้สูงอายุในอีกไม่ช้าแน่นอน

2. Globalization (โลกาภิวัตน์)
Globalization เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดการแพร่กระจายไปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริการ การสื่อสาร เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของ Globalization แทบทั้งสิ้น มนุษย์เราต่างเจริญมากขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้นก็ต้องสรรหาสิ่งที่สะดวกสบายมากขึ้น

3. Technological Development (การพัฒนาเทคโนโลยี)
Technological Development เป็นเรื่องของการเปลี่ยนถ่ายจากยุค อุตสาหกรรม ไปสู่ยุคดิจิตอล ตัวอย่างเช่น การทำงานในโรงงานภาคการผลิตเมื่อก่อนใช้แรงงานมหาศาล แต่ปัจจุบันนี้ใช่คนงานแต่ 2-3 คน ส่วนการปฏิบัติงานจริงๆเราสามารถควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ ควบคุมผ่านหุ่นยนต์ มนุษย์คนใดยังเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อหวังว่าจะมาเป็นแรงงาน ทำงานหาเช้ากินค่ำ อาจจะเป็นเรื่องของการตกเทรนไปแล้วก็ได้

4. Biotechnology (ไบโอเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ)
Biotechnology เป็นเรื่องของการตัตต่อพันธุกรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพืชและสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้กับมนุษย์ ในอนาคตมีความเชื่อกันว่ามนุษย์อาจจะเข้าสู่ยุคของการขาดแคลนอาหาร การปลูกพืชผลเพื่อเลี้ยงชีพอาจจะไม่เพียงพอ หรือแม้แต่สังคมผู้สูงอายุต้องการบริโภคอาหารที่สะอาด ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์มากนัก ดังนั้นแล้วการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ การปลูกผักในแปลงปลูกขนาดเล็กแต่ให้ผลผลิตสูงล้วนแต่เป็นเมก้าเทรน Biotechnology ของอนาคตแทบทั้งสิ้น มองข้ามไม่ได้ครับ ..

5. Nanotechnology (เทคโนโลยีนาโน)
เทคโนโลยีนาโน เป็นเรื่องของทางการแพทย์มากกว่าจะพูดกันถึงเรื่องวัสดุ ทางการแพทย์พยายามที่จะค้นพบการผ่าตัดเซลล์มะเร็งในร่างกายมนุษย์ก่อนที่จะเริ่มก่อตัวเป็นเซลล์มะเร็งก้อนใหญ่ และเหตุนี้เองก็ส่งผลให้อายุของมนุษย์สูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ในเรื่องของเทคโนโลยีนาโนมีการพัฒนาต่อเนื่องมาหลายสิบปีแล้ว มีการใช้จริงในวงการแพทย์แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากต้นทุนค่อนข้างสูง แต่เชื่อว่าในอนาคตจะถูกลงอย่างแน่นอนครับ

6. Prosperity (ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ)
รู้หรือไม่ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า มนุษย์เราจะบริโภคกันมากขึ้นและส่งผลให้เกิดการกู้ยืมมากขึ้น มีหนี้เสียมากขึ้น แต่กลับทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจทางด้านการบริโภค บัตรเครดิต มีการเติบโตที่มากตามไปด้วย เมื่อคนมีกำลังซื้อจะขยับจากกลุ่มคนยากจนมาสู่คนชั้นกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในกลุ่มทีกำลังพัฒนาอย่าง ประเทศในกลุ่มเอเชีย และลาตินอเมริกาใต้จะมีกลุ่มคนชั้นกลางมากขึ้น 10-15%
เมื่อสังคมเราจะขยับไปเป็นคนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อมากขึ้น ก็จะมีสินค้าการบริการเติบโตไปด้วย เช่นในเรื่องของความบันเทิง การท่องเที่ยว กลุ่มโรงแรม อาหาร และในเรื่องของการเงินการลงทุน

7. Individualization (ความเป็นปัจเจกชน)
Individualization เป็นเรื่องของความเชื่อ ความเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ เช่นในอดีตคนกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือแม้กระทั่งเชื่อในเรื่องของพระเจ้า แต่ปัจจุบันคนอาจจะเข้าถึงวัตถุนิยมมากขึ้นและละเลยเรื่องของศาสนา หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมและอาชีพ จากเมื่อก่อนครอบครัวที่เป็นชาวสวน แต่เมื่อลูกโตมาก็ไม่อยากจะเป็นชาวสวนเหมือนกับพ่อแม่ เป็นต้น

8. Commercialization (เรื่องของการเงินและการค้า)
Commercialization คือ เรื่องความสะดวกทางการเงิน และความสบายในการจับจ่ายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต การมีหน้าร้านบนเว็บไซด์ การทำธุรกิจผ่านโทรศัพท์มือถือ รับ-โอนเงิน-จ่ายผ่านธนาคารอินเตอร์เน็ต เป็นเรื่องของความสะดวกสบายทางการเงิน หรือแม้แต่การบริหารสินทรัพย์บนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหุ้นผ่านแอปพริเคชั่น ซื้อขายกองทุนผ่านอินเตอร์เน็ต ล้วนแต่เป็นเรื่องของ Commercialization
รวมถึงผู้สร้าง Platform บนโลกออนไลน์ด้วย ผู้นำตลาดในไทยคงจะหนีไม่พ้น Lazada และ Shopee ที่ครองใจคนไทยมาได้สักระยะหนึ่ง

9. Health and Environment (สุขภาพและธรรมชาติ)
การดูแลสุขภาพดูเหมือนว่าจะเป็นที่ยิมมากขึ้นในปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่ใส่ใจในการออกกำลังกาย ธุรกิจโรงยิม ฟิตเนส มีมากมายตามหัวเมืองและห้างสรรพสินค้า ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ล้วนเป็นเมก้าเทรนในอนาคต
นอกจากนี้ ธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจโรงแรมระดับหรู ธุรกิจสปา จะได้รับอานิสงค์เมก้าเทรนครั้งนี้ด้วย

10. Acceleration (ความเร่ง)
ในอีก 20 ปีข้างหน้า มนุษย์เราจะเร่งรีบและอยากจะประหยัดเวลามากขึ้น สิ่งใดที่สามารถทำให้มนุษย์ประหยัดเวลาได้ ดูเหมือนจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตและไลฟสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจการบิน การให้บริการเครื่องบิน ธุรกิจสื่อสาร ธุรกิจผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือแม้แต่ Start-Ups ของเด็กยุคใหม่ที่กำลังบูมในปัจจุบัน

11. Urbanization (โลกแห่งสังคมเมือง)
ในอีก 20 ปีข้างหน้า มนุษย์โลกมากกว่า 6.5 พันล้านคน คิดเป็น 48% จะอาศัยอยู่ในเมือง เมื่อโครงสร้างประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมือง ก็จะมีธุรกิจมากมายที่ยังเป็นเทรนเพื่อรองรับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริการ สุขภาพ อาหารที่สะอาด ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของ Urbanization
——————–
และนี้ก็เป็น 11 Mega Trends ที่นักลงทุนควรรู้ครับ เราจะคิดแบบเดิมๆไม่ได้อีกแล้ว…
เทรนด์นี้ นักลงทุนต้องเฝ้าติดตามและปรับตัวกันไว้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
.
ที่มา : stock2morrow
https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=1744
ภาพจาก https://www.zukunftsinstitut.de/dossier/megatrends/
.
#คลินิกการลงทุน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this:
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close